แชร์ “เบื่อ”แล้วเรื่องอ้วน... ยากมีเวลาน้อยจะลดไง

ชีวิตเด็กชนบท บ้านนอกคอกนา มีวันนี้ได้เพราะอะไร....

สมัยก่อนก็ไม่อ้วนคะ แต่ยิ่งนานวันภายใน 2 - 3 ปี น้ำหนักยิ่งมากขึ้น มากขึ้น

ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยคะ มดว่าเคยลองมาหลายแบบ หลายอย่าง น่าจะหมดไปหลายบาท
แต่ก็ไม่คิดว่าจะลดอีก แค่อยากจะประคองให้น้ำหนักตัวเองไม่หนักไปกว่านี้


แล้ววันนึงก็มีแรงบรรดาลใจจากเพื่อน
และพี่สาวที่จะต้องควบคุม หุ่นให้ดีเพื่อที่จะไปร้องเพลง
ออกงานบนเวที บางครั้งก็พูดยากนะคะ ทั้งนอนดึก
ทำงาน หิวก็หิว ก็ยังต้องควบคุมนำหนักอีก
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะคะ ว่ามดทำงานกลางคืน ร้องเพลง
ออกงานตามบ้านหมู่บ้าน หรือ ต่างจังหวัด
เราก็ถามพี่สาวคะว่า ทำยังไงถึงน้ำหนักไม่ขึ้น
หุ่นดี หุ่นดีจริงๆคะ
คิดไว้ในใจเลยว่า ต้องอดอาหารแน่นอน
แต่ก็แอบคิดว่า จะเอาแรงไหนไปร้องไปเต้น บนเวที

รออะไรละ ถามเลย พี่ใช้วิธีไหน มีสูตรไหม
เอาแบบขี้เกียจๆนะ ไม่แบบ ต้องตื่นไปวิ่ง
หรือออกกำลังกายเยอะเกิน แค่คิดก็หมดแรงแล้ว (เอาจริงๆ)
พี่สาวก็เล่าเยอะ ว่าเคยลองมาเยอะ รวมถึงใช้ยา
แต่ก็กลับมาอ้วนคืนอย่างรุนแรง

จนมาเจอตัวนึงที่ชื่อ betarod พี่สาวลองซื้อมาใช้ 1 กระปุก ก็พูดถึงว่ากินง่าย ถ่ายคล่องปกติ



พี่สาวบอกว่า วันนึงกินแค่ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 แคปซูล เช่น
ครั้งที่ 1 ตื่นมา 10.00 น. ออกไปกินข้าวก็จัดไป 2 แคป
ครั้งที่ 2 ออกไปทำงาน 17.00 น. กินข้าวก็จัดอีก 2 แคป
แค่นี้ต่อวัน สักพัก พี่สาวก็ควักจากกระเป๋ามาให้มดคะ ในกระปุกเหลือแค่ สิบกว่าเม็ด
พี่สาวบอกมาอีกกระปุกที่บ้าน (อ้าว...เสร็จโจร) 55+ 

หลังจากนั้นเราก็ต้องมาดูวิธีลดน้ำหนักแบบต่างๆ
ก็เลยเอามาประยุกต์ใช้กัน ถ้าได้ก็จะได้ลดเร็วๆไม่เปลือง แฮ..

จริงๆ ต้องบอกว่า แรงบันดาลใจที่อยากลดสัก 5 กิโลอยู่ที่ว่า
จะต้องไปงาน
อยากใส่ชุดนึงมากแต่ลองแล้ว ไม่เหมาะ
เพราะตัวหนาไป เลยลองไล่เปิดหาในเน็ตว่า
เขาลดกันยังไงแบบ ไม่ต้องอดข้าว ไม่ต้องออกกำลังกาย 
เราก็แบบเอาแต่ละสูตรของแต่ละคนมาคิดตาม
พร้อมทั้งเอาตัวช่วยที่พี่สาวแนะนำเรามานี้ละ
วิเคราะห์หาว่าวันนึงเราต้องการพลังงานวันละเท่าไหร่
และก็เริ่มเลย (แรกๆก็จะสมองบวมนิดๆ)

เราจะคำนวณไว้ก่อนล่วงหน้า1วัน ว่าเราต้องกินอะไรบ้างในวันรุ่งขึ้น 
ถึงจะไม่เกินปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องการ
การกินของเราก็เริ่มขึ้น ร่างกายของเรา ต้องการพลังงานวันละ 1325 กิโลแคลอรี่ 
เราต้องเป้าไว้ว่า จะกินแค่วันละไม่เกิน 1000 กิโลแคลอรี่ เนื่องจากอ่านมาจากข้อมูลที่มีคนมาแชร์
ว่าไม่ให้กินต่ำกว่าวันละ 900 กิโลแคลอรี่ ไม่งั้นจะโทรมและเนื้อเพละๆ ไม่เฟิร์ม ก็เอา  มาลองดูไม่เสียหายอะไร

 

 



วันที่ 1 - 10 
7.15 น. ดื่มน้ำเปล่า 2 แก้ว ก่อนแล้วเริ่มอาหารมื้อแรก ด้วยชาบีบมะนาว(ห้ามใส่น้ำตาล)
และขนมปังโฮลวีต(ฟาร์มเฮ้าส์ นี่แหละ ห่อเขียวๆ) 2 แผ่น 

09.30 น. ทานชมพู่ 1 ผล ดื่มน้ำเปล่าอีก 1แก้ว ตามหลัง เยอะๆ

11.30 น. ดื่มน้ำเปล่า 2 แก้ว ก่อนอาหาร  เราทานเกาเหลาผักล้วนน้ำใส
ไม่เติมเครื่องปรุง ใส่พริกป่นอย่างเดียว และใส่ไข่ต้มไปหนึ่งลูก 
14.00 น.  เราทานชมพู่ 1 ผล  ดื่มน้ำเปล่าอีก 1แก้วตามหลัง
16.00 น.  น้ำเปล่า 2 แก้ว ก่อนอาหาร เราทานปลาเผาครึ่งตัว
ผักที่ได้มากับปลาเผากินไปเลยเต็มที่ไม่มีอั้น
(ห้ามจิ้มน้ำจิ้มปลาเผานะ) 
ให้กินคู่กับ ส้มตำมะละกอ ไม่ใส่น้ำตาลและชูรส
บอกแม่ค้าไปเลย  
หลักการอาหารทุกมื้อยังอร่อยเหมือนเดิม
ยกเว้น มื้อเที่ยงอาจดูแห้งแล้งไปบ้าง 
ผ่านไป 10 วัน เช้าวันที่ 11 ชั่งน้ำหนัก







อ้าวเฮ้ย ..... 

อุไม่น่าเชื่อ... ลดไป 6 กิโลกรัม ดีใจสุดๆ (ตาชั่งพังหรือเข็มแข็ง) ไม่คิดว่าจะลดได้ แต่ก็รู้อยู่ว่า ชุดมันหลวมเว่อ รู้สึกไหปลาร้าขึ้น หน้าเรียวขึ้นอยู่แล้ว

คือปริมาณแคลอรี่ต่อวันที่กินนะ อยู่ที่ 800-1000 กิโลแคลอรี่แค่นั้น เน้นดื่มน้ำเยอะๆ โคตรๆ 
ผลแทรกซ้อนที่ได้คือ ผิวดีขึ้นด้วย แฟนทักไม่รู้จริงไหม?
ระบบขับถ่ายทำงาานดีขึ้น อันนี้จริง ทุกเช้า
ส่วนการคิดค่าพลังงานที่แต่ละคนต้องการต่อวัน คิดดังนี้ ลองดูว่าคำนวนได้ตามนี้ไหมนะ
ดูมาใน PANTIP 
 
ผู้หญิง 665+(9.6xน้ำหนักตัว) + (1.8xส่วนสูงตัวเอง) - (4.7xอายุตัวเอง) = พลังงานที่ต้องการต่อวัน
ผู้ชาย 66+(13.7xน้ำหนักตัว) + (5xส่วนสูงตัวเอง) - (6.8xอายุตัวเอง) = พลังงานที่ต้องการต่อวัน

ปล.จริงๆ แล้วก็ไม่เห็นต้องเอาหลักการมาคูณหรืออะไรมากมาย เพราะเราก็แค่กิน ครั้งละ 2 แคป 2 มื้อ พร้อมอาหารว่าไหม HAPPY ENDING