Aureobasidium หรือ Black yeast

Aureobasidium pullulans เป็นเชื้อราคล้ายยีสต์
มีชื่อสามัญว่า “black yeast”

ยีสต์ดำ (Aureobasidium pullulans) เป็นยีสต์ดำที่พบในสิ่งแวดล้อม ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอาหารมนุษย์
และยังมีหลักฐานที่สามารถก่อให้เกิดโรคได้ ตั้งแต่โรคติดเชื้อที่ผิวหนัง ไปจนถึงการติดเชื้อในกระแสเลือดอีกด้วย
กระทรวงแรงงานประเทศสหรัฐอเมริกาได้เตือนถึงแนวโน้มที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ ปอดบวมเนื่องจากการแพ้ และผิวหนังอักเสบ
เพราะฉะนั้นจึงพึงระวังในประเด็นเหล่านี้ด้วย

เบต้ากลูแคน ยีสต์ดำ ปรับสมดุล Th1 ไม่ได้
การศึกษาเกี่ยวกับการกระตุ้นสมดุลปกติ (สมดุล Th1) ของ เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำในมนุษย์พบว่า
เบต้ากลูแคนยีสต์ดำไม่สามารถปรับให้เกิดสมดุล Th1 ได้ แต่สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารเคมีเพิ่มขึ้นมา 2 ชนิด

IL-8: เป็นสารเคมีหนึ่งที่แม็คโครเฟจผู้เฝ้าด่านของเราสร้างขึ้น หลังจากผจญกับสิ่งแปลกปลอม เพื่อระดมเซลล์เม็ดเลือดขาวต่างๆ
โดยเฉพาะนิวโทรฟิล นอกจากนี้ยังกระตุ้นการทำงานของเซลล์เหล่านี้อีกด้วย IL-8 มีหน้าที่หลักในการตอบสนองสิ่งแปลกปลอมในช่วงแรกนี่แหละ
นอกจากการกระตุ้นนิวโทรฟิลแล้ว ยังสามารถกระตุ้น เซลล์เยื่อบุผิว เซลล์ผิวหนัง เซลล์เนื้อเยื่อไต
และเม็ดเลือดขาวบางชนิด เช่น แมสท์เซลล์ หรือแม้กระทั่งแม็คโครเฟจเอง แต่ที่น่าสนก็คือการค้นพบว่า
IL-8 มีผลต่อการดึงดูดเซลล์มะเร็งหลายชนิดให้เคลื่อนที่มายังจุดที่เกิดเหตุด้วย 



คุณสมบัติที่สำคัญอีกประการหนึ่งของ
IL-8 คือกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์เยื่อบุผิวของผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเส้นเลือด ปัจจุบันนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า
การสร้างเส้นเลือดเป็นปัจจัยที่สำคัญในการสนับสนุนการลุกลามของโรคมะเร็ง 

การศึกษาในผู้ป่วยมะเร็งชนิดต่างๆ เช่น ปอด ผิวหนัง กระเพาะปัสสาวะ และต่อมลูกหมาก รวมทั้งโรคภูมิต่อต้านตัวเอง เช่น โรคสะเก็ดเงิน เอสแอลอี และข้อเสื่อม เป็นต้น สังเกตพบว่า ผู้ป่วยเหล่านี้จะมีปริมาณ IL-8 ในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ 

sFas: การที่ร่างกายสร้าง sFas ออกมามาก จะส่งผลเสียอย่างใหญ่หลวงให้กับกระบวนการตายตามปกติ ทำให้เซลล์ที่ไม่ควรจะอยู่ เช่น เซลล์ที่แก่ เซลล์ที่ได้รับบาดเจ็บมาก เซลล์ที่ผิดปกติ หรือแม้กระทั่งเซลล์มะเร็ง ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาวขึ้น

สำหรับประเด็นนี้มีการศึกษาว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งตับ เต้านม มดลูก กระเพาะปัสสาวะ ไต ลำไส้ใหญ่ และผิวหนัง มีระดับ sFas ในเลือดสูงกว่าคนปกติมาก
นอกจากนี้ยังพบด้วยว่า ระดับที่เพิ่มขึ้นของ sFas ยังมีความสัมพันธ์กับความรุนแรงของโรคอีกด้วย อันที่จริงแล้วการกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง sFas ขึ้นจำนวนมาก โดยเซลล์มะเร็งก็คือ กลไกหนึ่งของการมีชีวิตที่ยืนยาวหรืออมตะของเซลล์มะเร็งนั่นเอง 

การที่พบว่ามีการกระตุ้นการสร้าง IL-8 และ sFas เพียงแค่ 2 ชนิดนั้น แม้สารเคมีเหล่านี้มีคุณสมบัติ ที่สามารถกระตุ้นและยืดอายุให้กับนิวโทรฟิลได้
แต่ก็อาจจะส่งผลเสียในระยะยาวเกี่ยวกับสภาวะภูมิต่อต้านตัวเองได้ หรืออาจจะเพิ่มโอกาสในการเกิดมะเร็งได้
นอกจากนี้การใช้เบต้ากลูแคนในรูปแบบที่ไม่ได้สกัด (รูปแบบธรรมชาติ)
อาจจะทำให้ผู้ใช้ต้องเสี่ยงจากการแพ้สารต่างๆ เช่น โปรตีน ไขมัน และสารอื่นๆ ที่มีอยู่ในยีสต์ดำได้
เนื่องจากการที่พบว่าเชื้อชนิดนี้สามารถก่อให้เกิดโรคได้ จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวังด้วย แม้ว่าจะเป็นเชื้อที่ตายแล้วก็ตาม

เริ่มต้นรู้จักกับ เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ Aureobasidium pullulans
ว่ากันด้วยเบต้ากลูแคน เป็นสารอาหารที่เราสามารถพบได้ในเห็ด พืช และแบคทีเรียบางชนิด
มีบทบาทในการควบคุมระบบภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งได้ และแน่นอนด้วยการที่มีบทบาทในการควบคุมภูมิคุ้มกันนี้เอง
ทำให้คาดว่าน่าจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็ง โดยมีรายงานจาก Dr.William Coley
ได้มีการนำแบคทีเรีย Streptococcus และ Serratia ในการรักษาโรคมะเร็ง
และพบว่า ขนาดของก้อนมะเร็งนั้นลดลงเหลือ 1 ใน 5 ของขนาดที่เริ่มต้นเท่านั้น!!

ทั้งนี้ Dr.Maruyama ในประเทศญี่ปุ่น ได้มีการสกัดและนำสารเบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ เข้าสู่ลำไส้
เพื่อคาดหวังว่าจะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย พบว่ามีการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันชนิด Acquired Immunity ผ่านทาง Dendrite cells เกิดขึ้น
จึงทำให้เชื่อได้ว่า เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคต่างๆ ได้
เช่น โรคมะเร็ง โรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกัน โรคที่เกิดจากการอักเสบในหลอดเลือดต่างๆ และโรคติดเชื้อบางชนิด เช่น ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น

กระบวนการทำงานของเบต้ากลูแคน ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
จากผลการทดลองโดยการนำเบต้ากลูแคนเข้าสู่ลำไส้โดยผ่านทาง M-Cell ซึ่งเป็นเซลล์ชนิดพิเศษ
เบต้ากลูแคนจะเข้าไปกระตุ้น Macrophage ที่ทำหน้าที่ตรวจจับและทำลายสิ่งแปลกปลอมให้ทำงานอยู่ตลอดเวลา
และไปกระตุ้นเซลล์คุ้มกันประเภทอื่นๆ ด้วย ด้วยเพราะการกระตุ้นการทำงาน Macrophage นี้เอง
ทำให้ช่วยลดการภูมิแพ้และช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดีขึ้น

ประโยชน์ของเบต้ากลูแคน

  • เบต้ากลูแคน ช่วยกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันในการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • เบต้ากลูแคน มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยในการต่อต้านโรคต่างๆ
  • เบต้ากลูแคน มีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคอลลาเจน ช่วยกระตุ้นให้แผลหายเร็วขึ้น
  • เบต้ากลูแคน ช่วยเพิ่มการสร้างและเจริญเติบโตของเม็ดเลือดขาว
     

อ้างอิง References

1. Taylor PR, Brown GD, Herre J, Williams DL, Willment JA, Gordon S. The role of SIGNR1 and the beta-glucan receptor (dectin-1) in the nonopsonic recognition of yeast by specific macrophages. J Immunol 2004;172(2):1157-1162.

2. YOSHUIYUKI KIMURA1, MAHO SUMIYOSHI2, TOSHIO SUZUKI3 and MASAHIRO SAKANAKA2. Antitumor and Antimetastatic Activity of a Novel Water-soluble Low Molecular Weight β-1, 3-D-Glucan (branch β-1,6) Isolated from Aureobasidium pullulans 1A1 Strain Black Yeast. Anticancer Research November-December 2006, vol. 26 no. 6B4131-4141.

3. Hyeong-Dong Kim, Hyung-Rae Cho, Seung-bae Moon, Hyun-Dong Shin, Kun-Ju Yang, Bok-ryeon Park, Hee-Jeong Jang, Lin-Su Kim, Hyeung-Sik Lee, Sae-Kwang Ku. Effects of β-glucan from Aureobasidium pullulans on acute inflammation in mice. Archives of Pharmacal Research March 2007, Volume 30, Issue 3, pp. 323-328.