ชุดริดสีดวงหายขาดได้จริง

- แชร์ประสบการณ์รักษา ริดสีดวง หายขาดได้…ไม่ต้องผ่าแล้ว






 

สอบถามเพิ่มเติม ไลน์อัตโนมัติ

https://line.me/R/ti/p/%40baiya

เพิ่มเพื่อนผ่าน Line id : @baiya

ช่องทางเฟสบุค  " ชุดริดสีดวงทวารหายขาดจริง  "
 :  https://www.facebook.com/ThaiHemorrhoid

- ปลดริดสีดวงทวาร แก้ตรงจุด หายขาดทันที

 

 

ปัจจุบันโรคริดสีดวงทวารหนัก กระจายในทั่วโลก 

ซึ่งเกิดจากการบริโภคอาหาร

พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน 

การทำงานหรือกิจกรรมต่างๆที่มีความเสี่ยง

ไม่แปลกที่เราจะเป็นโรคริดสีดวงทวารหนัก

                             

 

 

อาการของโรคริดสีดวงทวารหนัก

  มีอาการคัน เจ็บ ปวด บวม และ อักเสบตามลำดับ

ขึ้นที่ผนังหลอดเลือดดำ ของ ลำไส้ใหญ่

ส่วนปลาย (Rectum)  ทวารหนัก (Anus)

มักมีอาการคัน ปวด อาจ มีเลือดออก

จากทวารร่วมด้วยการที่ผนังหลอดเลือดดำ

มีการอักเสบ บวม ทำให้เกิดเป็นก้อน

เนื้อหรือติ่งเนื้อนุ่ม ๆ ยื่นออกมาที่บริเวณทวาร

บางรายอาจมีของเหลว ลื่นๆ เหนียวๆ ไหล

เมื่อเกิดการเสียดสีของอุจจาระ

แข็งหรือเหลวเป็นน้ำบ่อยเกินไป

(อาการท้องเสีย)

 

 



สาเหตุของริดสีดวงทวารหนัก

 

 

ส่วนใหญ่เกิดจากการเบ่งถ่ายอุจจาระบ่อยๆ นานๆ

ซึ่งเป็นผลของ ท้องผูก ท้องเสีย

การยกของหนักๆ การนั่ง หรือ ยืนท่าใดท่าหนึ่ง 
ติดต่อกันนานๆ นั่งท่าใดท่าหนึ่ง ติดต่อกันหลายชั่วโมง 

การกลั้น อุจจาระ เป็นต้นเหตุสำคัญ 
อายุที่มากขึ้น อาการท้องเสียเรื้อรัง 
การร่วมเพศทางทวาร 
ความอ้วน
ความดันเลือดในตับสูง ตั้งครรภ์ 
การคลอดบุตรยาก นั่งขับถ่ายนาน ความเครียดสูง


 

 

 

 

สาเหตุหลักปัจจัยให้เกิดการ กระตุ้น  ริดสีดวงทวาร ปวด บวม อักเสบ

ระดับแรงดันในช่องท้อง ที่เกิดจาดการเบ่งอุจจาระ ในช่วงเวลารีบเร่ง

จะส่งผลเพิ่มทำให้การไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดดำบริเวณทวาร

ไม่สะดวก เกิดการพองโต บวมช้ำ และ โตขึ้นเป็นติ่ง ก้อนเนื้อ

ความหนาของผนังลดน้อยลง เมื่อมีของแข็งๆ มาเสียดสี

เช่นอุจจาระแข็งๆ หรือเพิ่มระดับแรงดันขึ้นอีก ก็จะทำให้เกิดการปริแตก

หรือ ฉีกขาดของหลอดเลือดดำ ทำให้เกิดเลือดสดๆ ออกมาได้

 


ระยะอาการโรคริดสีดวงทวารหนัก แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ดังนี้


ระยะที่ 1.  ยังไม่มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมานอกทวารหนัก

                 แต่จะมีอยู่ด้านในช่องทวารหนัก อาจจะรู้สึกคันบ้าง

 

ระยะที่ 2. เริ่มมีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาขณะเบ่ง ถ่ายอุจจาระ

                 และจะหดกลับเข้าไปได้เอง โดยไม่ต้องใช้มือช่วยดันเข้าไป

                 อาจจะมีเลือดออก หรือ ซึมออกมาในช่วงแรกๆ

 

ระยะที่ 3. มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาขณะเบ่งอุจจาระ แต่ไม่หดกลับเข้าไปได้เอง

                จะต้องใช้มือช่วยดันเข้าไป จึงจะกลับเข้าไปในทวารหนัก มีเลือดออก

 

ระยะที่ 4. มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาแล้ว ไม่สามารถใช้มือดันติ่งเนื้อนี้เข้าไป

                 ในทวารหนักได้เลย มีเลือดออกไหล หรือ ซึม เจ็บ ปวด แสบ ร้อนในบริเวณที่เป็น

 

 

 

แนวทางการ "ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม" เพื่อรักษาริดสีดวงทวารหนัก 
หายขาด ได้จริง


ควบคู่กับการรับประทานชุดสมุนไพรที่ผ่านการคัดสรร กว่า15,000 คนหายขาดแล้ว

 - การดื่มน้ำให้ได้อย่างต่ำวันละ 2 ลิตร/วัน

 - รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

 - การรับประทานผัก ผลไม้ อย่างสม่ำเสมอ

 - การคบเคี้ยวอาหารให้ละเอียด ไม่รีบเร่ง

 - การนั่งขับถ่ายในห้องน้ำในระยะเวลาไม่นาน (เล่นโทรศัพท์มือถือ,อ่านหนังสือพิมพ์)

 - หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา โซดา น้ำอัดลม และ ของทอด

 - ออกกำลังกาย ผักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก ไม่ตื่นสาย

 - ไม่ยกของหนัก หรือ นั่งทำงานจนนานเกินไป


                               ถามไป ตอบมา                             

 

Q : สมุนไพรริดสีดวงทวาร ภูหลวง เป็นอันตรายหรือไม่

 

A : ไม่เป็นอันตราย ถ้าเม็ดริดสีดวงไม่แตกเป็นเลือดไหลออกมา

       ถ้าริดสีดวงแตกจะทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้ออื่นๆ

       ทำให้เชื้อเข้าสู่บาดแผลได้ง่าย นักถึงขั้นเป็นมะเร็งเลยทีเดียว

 

Q :  ถ้ากินสมุนไพรริดสีดวงทวาร ภูหลวง จำเป็นต้องผ่าริดสีดวงก่อนหรือไม่

 

A :  ถ้ากินสมุนไพรริดสีดวงทวาร ภูหลวงก็ไม่จำเป็นต้องไปผ่า

       แค่กินสมุนไพรริดสีดวงทวาร ภูหลวง ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

       การรับประทานอาหารให้ถูกต้อง และรับประทานไฟเบอร์มีลไปด้วย

       จะช่วยให้ระบบการขับถ่ายดี คืออุจจาระที่ขับถ่ายออกมาจะนิ่ม ไม่แข็ง

       แต่ไม่ถึงกับเหลว ไม่ทำให้ท้องผูก และ ท้องเสียแน่นอน 100 เปอร์เซ็นทุกๆครั้งในการขับถ่าย

 

Q :  ต้องใช้นานเท่าไรถึงจะเห็นผล ?

 

A :  ถ้าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว ร่วมกับ การรับประทานชุดสมุนไพร ตรงตามข้อบ่งใช้

       ตามที่สอบถามผู้ใช้ 1000 คน

 

        1   -   2  สัปดาห์    เป็นระยะเวลาลดการอักเสบของริดสีดวงทวาร

 

        3   -   6  สัปดาห์     เป็นช่วงลดการบวมของริดสีดวงทวาร

 

        7   -  12 สัปดาห์     เป็นช่วงการ ฝ่อตัว แผลสมานของริดสีดวงทวาร

 

       13  -  24 สัปดาห์     อยู่ในช่วงอาการหดและหายไปอย่างธรรมชาติ

 

 

**ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของผู้ป่วย ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยในขณะการรับประทานสมุนไพร**

 

ทั้งนี้     การบริโภคสมุนไพรริดสีดวงทวารภูหลวง และ Fibermeals , KONJAC Z600 

            จะต้องบริโภคให้ตรงตามขนาด เวลา จำนวน ที่ถูกต้อง

            พร้อมทั้งควบคุมการขับถ่ายให้นิ่มทุกครั้งในขับถ่าย

            * ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล *

 

 

Q : เป็นริดสีดวงมานานแล้ว ใช้ยาอะไรก็ไม่หาย

      ใช้สมุนไพรริดสีดวงภูหลวง แล้วจะหายไหม ?

 

A : โรคริดสีดวงทวาร ถ้าต้องการให้หายขาด ต้องบริโภคอาหารที่มีกากใยอาหาร

       จำพวกผัก ผลไม้ และดื่มน้ำเยอะ สมุนไพรริดสีดวงภูหลวงสามารถ ลดอาการอักเสบ

       ลดอาการบวม ช่วยให้ริดสีดวงหดและฟ่อลงตามลำดับ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้บริโภคว่า

       ท่านรับประทานสมุนไพรริดสีดวงทวารภูหลวง ตรงตามขนาด และ เวลาที่กำหนดหรือเปล่า

       ในช่วงเวลาที่บริโภคสมุนไพรภูหลวง ท่านต้องปรับเปลี่ยนการบริโภคของท่านด้วย

       เช่น งดของหมักของดอง รับประทานผัก ผลไม้ ช่วยเพิ่มกากใยหรือรับประทานอื่น

       ที่ช่วยให้ระบบการขับถ่ายนิ่มทุกครั้งที่ขับถ่าย


  

Q :  ริดสีดวงทวารหายขาดได้จริงหรือ ?


A :  รักษาหายขาดได้ ปล่อยไว้ลุกลามเป็นอาการโรคอื่นๆ แทรก

       จะเข้าข่าย....เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย....

       รักษาก่อน หายก่อน รักษาเร็ว หายเร็ว....

       รู้สาเหตุ ต้นเหตุที่เป็น เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

       ร่วมกับการใช้สมุนไพรเป็นโอกาสการรักษาที่ถูกต้อง    

       ถ้าได้รับความร่วมมือจากผู้ป่วย พร้อมทั้งเข้าในสรรพคุณ

       รับประทานตรงเวลา ไม่เสี่ยงรับประทานของแสลง

       จะได้รับประสิทธิผลได้รวดเร็วกว่า

  

 

Q : ขับถ่ายเป็นปกติทุกวัน ไม่มีอาการท้องผูก ทานผักเยอะ ดื่มน้ำเยอะ

       ออกกำลังกายทุกวัน เป็นได้อย่างไร ทำไมถึงเป็น ?


A :  เป็นริดสีดวงทวารได้ โรคริดสีดวงทวารหนัก เป็นได้ทุกเพศ ทุกวัย

       มนุษย์ในโลกใบนี้มีโอกาสเป็นกันทุกคน ไม่ว่าเราจะขับถ่ายเป็นปกติทุกวัน

       ไม่มีอาการท้องผูก ทานผักเยอะ ดื่มน้ำเยอะ ออกกำลังกายเป็นประจำ

       นอนพักผ่อนเพียงพอก็ตาม สรุปเหตุผลคือ มนุษย์ทุกคนต้องขับถ่าย

     

        1. การขับถ่ายทุกๆ ครั้งนั้นมีการเบ่ง ไม่มีใครไม่เคยเบ่งถ่ายหรอก

            การเบ่งย่อมมีแรงดันเกิดขึ้น เมื่อมีแรงดันก็มีการโป่งพองขึ้นตรงส่วนปลาย

            ของผนังทวารหนัก เลือดไหลมาคั่งตรงส่วนปลายมากขึ้น

            ผนังทวารหนักมีการยืดตัวออกมากขึ้น

        2. การขับถ่ายมีการเสียดสีของหัวอุจจาระ เพราะตรงบริเวณลำไส้ตรง

            ส่วนสุดท้ายจะมีการดูดกลับน้ำค่อนข้างมาก ทำให้ส่วนหัวของอุจจาระที่จ่อปากทวารแข็งมาก

            ยิ่งขึ้น การแข็งของหัวอุจจาระจะเพิ่มแรงเสียดสีตรงเยื่อบุอ่อนๆ ตรงปากทวาร

            เกิดการอักเสบขึ้นได้ง่าย

        3. การนั่งห้องน้ำนานๆ มีแรงโน้มถ่วง กล้ามเนื้อปากทวารหนักยืดตัวมาก

            เลือดไปคั่งส่วนปลายมากขึ้น

        4. ระบบไหลเวียนเลือดตรงบริเวณทวารไม่ดี ไม่ไหลกลับมีการอุดตันของหลอดเลือดดำ

            เฉพาะที่ตรงส่วนปลายของทวารหนัก

        5. ความผิดปกติของตัวเซลล์กล้ามเนื้อ หรือ เซลล์ผิวหนังหรือหลอดเลือดบริเวณ

            ผนังทวารหนักเอง อาจจะเป็นได้จากทางกายภาพ หรือ พันธุ์กรรม

 

 


   แสบก้นขณะขับถ่ายครั้งสุดท้ายเมื่อใด.....

 

 

Q : คนที่เป็นโรคริดสีดวงทวารแล้ว ถ้าไม่รักษาจะเป็นอะไรไหม ?

A : ริดสีดวงทวาร ส่วนใหญ่ถ้าไม่กระทบกับชีวิตประจำวันก็ไม่น่าเป็นอะไรมาก

      ถ้าอายุน้อยหรือตัวโรคไม่ได้รุนแรงมาก อาจไม่เป็นอะไรมาก

      แต่ถ้าเราอายุมากขึ้นความเสื่อมของเซลล์ หรือระบบหลอดเลือดบริเวณทวารหนัก

      ร่วมกับการปนเปื้อนเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนมา กับอุจจาระบ่อยๆเข้า

      อาจกลายเป็นโรคร้ายที่เราไม่พึ่งปรารถนา ถ้ารักษาให้หายขาดก่อนช่วยลดโอกาส

      เป็นโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นได้

 


 
Q :จะผ่าตัด จะไปซื้อยากินเอง / จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร่วมกับใช้สมุนไพร 
อาหารเสริม ยาปฏิชีวนะ ตามอาการ


A :  ต้องการ บรรเทา หรือ หายขาด ต้องเข้าใจในพฤติกรรมที่ทำให้เป็นโรคริดสีดวงก่อน
เพื่อการรักษาอย่างถูกวิธี คือประปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เมื่อเราเข้าใจในรายละเอียด 
และ แนวทางการปฏิบัติตาม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร่วมกับการใช้ชุดสมุนไพร อาหารเสริม 
ให้ตรงตามการบ่งใช้ของแต่ละผลิตภัณฑ์


                    #  ชุด ขายดี ยอดนิยม #

 

 

เราเน้นย้ำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ร่วมกับการรับประทานชุดสมุนไพร

 เพื่อตรงแนวทางการรักษาให้"หายขาด"

ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ ยา ปฏิชีวนะ อีกต่อไป . . .

"เราคำแนะนำแนวทางการรักษายั้งยืน 

คัดสรรชุดสมุนไพรด้วยความเข้าใจ จนหายขาด"